ข้อควรระวังหลังทำหัตถการ

อัลเทอร่า ไพร์ม

※ สำหรับหัตถการยกกระชับทุกประเภท การทำตามระยะห่างและจำนวนครั้งที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญในการคงผลลัพธ์ หลังทำแนะนำให้ใช้ครีมฟื้นฟูผิวและดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ

※ ปฏิกิริยาหลังทำ ระดับของผลลัพธ์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • หลังทำอาจมีอาการบวม เจ็บเมื่อกด ปวดตึง รู้สึกผิวตึง หรือรับความรู้สึกได้น้อยลง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากการส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อลึก (ชั้น SMAS)
  • บางท่านอาจรู้สึกปวดตุบ ๆ เมื่อกด หรือรู้สึกคล้ายมีรอยช้ำ โดยอาการจะค่อย ๆ บรรเทาลงภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์
  • สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ในวันที่ทำ แต่ควรหลีกเลี่ยงการถูหรือกระตุ้นบริเวณที่ทำอย่างรุนแรง
  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ผิวอาจแห้งชั่วคราว จึงแนะนำให้ดูแลความชุ่มชื้นและใช้ครีมฟื้นฟูผิวอย่างสม่ำเสมอ
  • ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลายสัปดาห์ โดยผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวแต่ละบุคคล
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีอาการบวมหรือรอยแดงชั่วคราว ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน และมักส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อย

เทอร์มาจ

※ สำหรับหัตถการยกกระชับทุกประเภท การทำตามระยะห่างและจำนวนครั้งที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญในการคงผลลัพธ์ หลังทำแนะนำให้ใช้ครีมฟื้นฟูผิวและดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ

※ ปฏิกิริยาหลังทำ ระดับของผลลัพธ์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • หลังทำอาจรู้สึกร้อน มีรอยแดง ผิวตึง บวม หรือแห้ง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากพลังงานคลื่นวิทยุที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้
  • หลังทำทันที อาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น จากนั้นความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  • ผิวอาจไวต่อการระคายเคืองชั่วคราว จึงควรหลีกเลี่ยงการสครับ ผลัดเซลล์ผิว และนวดแรง ๆ หลังทำ
  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • การใช้ครีมฟื้นฟูผิว ดูแลความชุ่มชื้นให้เพียงพอ และทำตามระยะห่างที่แนะนำ เป็นสิ่งสำคัญในการคงผลลัพธ์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อคงผลลัพธ์และดูแลความกระชับของผิวอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1–2 วัน โดยไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อินโหมด

  • แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยและหลีกเลี่ยงน้ำเย็นเป็นเวลาประมาณ 3 วัน เพื่อให้ความร้อนจากการทำหัตถการคงอยู่ได้นานขึ้น
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากอาจขัดขวางการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการอักเสบ
  • ผิวอาจแห้งหลังทำ ควรทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมฟื้นฟูผิวอย่างใส่ใจมากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ บริเวณที่มีรอยช้ำ รวมถึงการนวดกดจุดหรือการนวดที่กระตุ้นผิวอย่างรุนแรง เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์ จากนั้นทำต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ตามสภาพผิว
  • ระยะพักฟื้น: รอยช้ำหรือรอยแดงหลังทำอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 3–7 วัน

ชูริ้งค์

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้อย่างราบรื่น
  • ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) และการออกกำลังกายอย่างหนักประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองได้
  • แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนวดกดจุดหรือการนวดหน้าที่ใช้แรงกดมากบริเวณที่ทำหัตถการประมาณ 1 เดือน
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงทุกวัน และดูแลผิวให้ชุ่มชื้น เพื่อปกป้องผิวและคงผลลัพธ์ของการรักษา
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สะสม แนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือนในช่วงแรก หลังจากนั้นควรทำต่อเนื่องทุก 3–6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงหรืออาการบวมทันทีหลังทำ แต่โดยทั่วไปจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน และแทบไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โอลิจิโอ้

  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว
  • ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งอาจกระตุ้นผิวอย่างรุนแรง จนกว่าความรู้สึกร้อนบริเวณที่ทำจะบรรเทาลง
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมฟื้นฟูผิวให้เพียงพอ เพื่อดูแลผิวที่แห้งหลังทำและปกป้องเกราะป้องกันผิว
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันการเกิดรอยคล้ำจากรังสียูวี
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำห่างกันครั้งละ 1 เดือน เพื่อคงความกระชับของผิวและรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีรอยแดงหรืออาการบวมชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

อนด้า

※ สำหรับหัตถการยกกระชับทุกประเภท การทำตามระยะห่างและจำนวนครั้งที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญในการคงผลลัพธ์ หลังทำแนะนำให้ใช้ครีมฟื้นฟูผิวและดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ

※ ปฏิกิริยาหลังทำ ระดับของผลลัพธ์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • หลังทำอาจรู้สึกร้อน มีรอยแดง ผิวตึง บวม หรือแห้ง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากพลังงานไมโครเวฟที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้
  • หลังทำทันที อาจรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น จากนั้นความยืดหยุ่นและความกระชับของผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  • ผิวอาจไวต่อการระคายเคืองชั่วคราว จึงควรหลีกเลี่ยงการสครับ ผลัดเซลล์ผิว และนวดแรง ๆ หลังทำ
  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • การดูแลความชุ่มชื้น ใช้ครีมฟื้นฟูผิว และทำตามระยะห่างที่แนะนำ เป็นสิ่งสำคัญในการคงผลลัพธ์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการทำ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำแทบไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มีรอยช้ำหรืออาการบวมเพียงเล็กน้อย จึงสามารถกลับไปทำกิจวัตรได้ภายในวันเดียวกัน

โซปราโน ไทเทเนียม

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัว
  • ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การอาบน้ำร้อน และการออกกำลังกายอย่างหนักประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองได้
  • หลีกเลี่ยงการถูบริเวณที่ทำหัตถการอย่างแรง การนวดกดจุด และการนวดหน้าเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ และทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวและคงผลลัพธ์ของการรักษา
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สะสมและช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว แนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3–4 สัปดาห์ในช่วงแรก หลังจากนั้นควรทำต่อเนื่องทุก 2–3 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดง ความรู้สึกร้อน หรืออาการบวมเล็กน้อยชั่วคราวทันทีหลังทำ โดยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย

  • หลีกเลี่ยงการถูหรือกดแรง ๆ บริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียง
  • ควรงดนอนราบเป็นเวลา 3–4 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้ตัวยาเข้าที่ได้ดี
  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 3 วัน
  • อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน จึงไม่ต้องกังวล
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำทุก 3–6 เดือน โดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีตุ่มนูนคล้ายยุงกัดบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปจะยุบลงเองภายใน 1 ชั่วโมง

โบท็อกซ์กราม /ต่อมน้ำลาย /ขมับ

  • แนะนำให้งดนอนราบประมาณ 4 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อป้องกันตัวยากระจายไปยังบริเวณข้างเคียง
  • หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ หรือนวดบริเวณที่ฉีด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • หลังฉีดโบท็อกซ์กรามหรือกล้ามเนื้อขมับ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวที่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก เช่น ปลาหมึก และการเคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
  • ระยะห่างที่แนะนำ: แนะนำให้ทำซ้ำทุก 3–6 เดือน โดยพิจารณาจากช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลายเริ่มกลับมามีขนาดเท่าเดิม
  • ระยะพักฟื้น: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ อาจมีรอยช้ำหรืออาการบวมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน ผลลัพธ์จะเริ่มปรากฏอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 2–4 สัปดาห์หลังทำ

สกินโบท็อกซ์

  • หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ หรือการนวดกดจุดบริเวณที่ทำเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ตัวยาดูดซึมอย่างสม่ำเสมอ
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว และทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน
  • ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ เนื่องจากอาจกระตุ้นการอักเสบและลดผลลัพธ์ของการทำหัตถการ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำทุก 3–4 เดือน โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที จะมีตุ่มนูนบริเวณที่ฉีด ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ยุบลงเองภายในไม่กี่ชั่วโมง

ฉีดสลายไขมันใบหน้า

  • อาจมีอาการบวมประมาณ 3–4 ชั่วโมงหลังทำ ซึ่งเป็นอาการปกติ สามารถพักผ่อนได้โดยไม่ต้องกังวล
  • การนวดบริเวณที่ฉีดอย่างเบามือหลังทำจะช่วยให้ตัวยากระจายอย่างสม่ำเสมอ และช่วยเสริมผลในการสลายไขมัน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เข้าซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคือง และทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ทั่วเพื่อปกป้องเกราะป้องกันผิว
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีอาการบวมทันทีหลังทำจากปริมาณตัวยาที่ฉีด โดยอาการบวมอาจคงอยู่ประมาณ 3–4 ชั่วโมง ส่วนรอยช้ำเล็กน้อยจะหายไปภายในไม่กี่วัน

Picosure

  • ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมฟื้นฟูผิวซ้ำอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวบริเวณที่ทำหัตถการแห้ง
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของปัญหาเม็ดสีและการเกิดรอยดำ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สครับและสกินแคร์ที่มีสารออกฤทธิ์ เช่น เรตินอล วิตามินซี เป็นต้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงเล็กน้อยทันทีหลังทำ แต่โดยทั่วไปจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง และแทบไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

V เลเซอร์

  • หากมีสะเก็ดเกิดขึ้นบริเวณรอยเม็ดสีหลังทำ ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ ห้ามแกะหรือดึงสะเก็ดออก
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน และใช้มอยส์เจอไรเซอร์อย่างเพียงพอ เพื่อปกป้องและปลอบประโลมผิว
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วงสองสามวันหลังทำ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ โดยอาจปรับจำนวนครั้งตามสภาพผิว
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกร้อนทันทีหลังทำ และอาจเกิดสะเก็ดบาง ๆ บริเวณรอยเม็ดสี โดยอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 1 สัปดาห์

โพเทนซ่า

  • หากมีผิวลอกหรือสะเก็ดหลังทำ ห้ามใช้มือแกะ ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
  • ทาครีมฟื้นฟูผิวและครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัว
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิว
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงซาวน่า การออกกำลังกายอย่างหนัก รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3–4 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงและอาการแสบร้อนทันทีหลังทำ แต่โดยทั่วไปจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1–2 วัน

เลเซอร์คาปรี

  • หากมีสิวขึ้นหลังทำ ห้ามบีบหรือแกะด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็น ควรเข้ารับการดูแลที่คลินิก
  • ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมฟื้นฟูผิวอย่างใส่ใจมากกว่าปกติ เพื่อช่วยฟื้นฟูและปลอบประโลมผิว
  • ทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำบริเวณที่ทำหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า การออกกำลังกายอย่างหนักจนเหงื่อออกมาก และกิจกรรมที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ในช่วงแรกที่มีการอักเสบมาก แนะนำให้ทำทุก 1–2 สัปดาห์ และอาจปรับเป็นทุก 4 สัปดาห์ตามสภาพผิว โดยควรทำอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงต่อเนื่องประมาณ 1–2 วันหลังทำ และสิวที่อยู่ใต้ผิวอาจปรากฏขึ้นชั่วคราว

Gold PTT

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลา 3–7 วันหลังทำ
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว และทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สครับหรือผลัดเซลล์ผิวประมาณ 1 สัปดาห์ และระมัดระวังไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง
  • ทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นซ้ำทุกครั้งที่รู้สึกว่าผิวแห้ง เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 3–5 ครั้งขึ้นไป ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงและผิวแห้งชั่วคราวหลังทำ แต่โดยทั่วไปแทบไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ฉีดยาลดการอักเสบ

  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหรือบีบเค้นบริเวณที่ฉีด เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เข้าซาวน่า และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ เพื่อช่วยให้การอักเสบฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • รอยเข็มจะหายไปอย่างรวดเร็ว สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ในวันที่ทำ
  • หากการอักเสบยังไม่ลดลงหลังทำ หรือมีอาการผิดปกติ สามารถติดต่อสอบถามคลินิกได้ทุกเมื่อ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: การฉีดซ้ำบริเวณเดิมต้องเว้นระยะอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ หากมีการอักเสบเกิดขึ้นในบริเวณใหม่ สามารถฉีดได้ทันที
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมง สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพักฟื้น

รีทูโอ

  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ว่ายน้ำในสระ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ
  • นวดเบา ๆ ในช่วงประมาณ 3 วันหลังทำ หลีกเลี่ยงการถูด้วยแรงกดมากหรือการนวดอย่างรุนแรงบริเวณที่ทำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและดูแลผิวให้ชุ่มชื้น เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิว
  • ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏพร้อมกับกระบวนการฟื้นฟูผิว จึงแนะนำให้ติดตามผลตามกำหนดที่ทีมแพทย์แจ้ง
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 1–3 ครั้ง จากนั้นทำซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ทุก 6 เดือนถึง 1 ปี
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำอาจมีอาการบวม รอยแดง หรือรอยช้ำชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน สามารถล้างหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันที่ทำ

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ

อาการปกติ
  • บริเวณที่ทำอาจมีรอยแดง อาการบวม รอยช้ำ เจ็บเมื่อกด หรือสัมผัสแล้วรู้สึกไม่เรียบเล็กน้อยชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
  • ระหว่างกระบวนการฟื้นฟูผิว อาจรู้สึกผิวแห้งหรือตึงชั่วคราว และเมื่อเวลาผ่านไป ความยืดหยุ่นและเนื้อสัมผัสของผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้น
อาการผิดปกติ
  • หากมีอาการปวดรุนแรง รู้สึกร้อนบริเวณที่ทำ สีผิวเปลี่ยนแปลง อักเสบรุนแรง หรือมีหนอง โปรดติดต่อคลินิกทันทีและเข้ารับการตรวจ
  • หากอาการบวมหรือรอยช้ำคงอยู่นาน หรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรเข้ารับการตรวจเช่นกัน

D-Classy

  • เนื่องจากดีคลาสมีคุณสมบัติในการคงรูปสูง โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่กดแรงหรือนวดบริเวณที่ทำ
  • เพื่อช่วยในการฟื้นฟูภายในผิว งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตาที่กดทับบริเวณที่ทำโดยตรง (กรณีทำบริเวณจมูก) และการใช้กล้ามเนื้อใบหน้ามากเกินไปในช่วงแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว และทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน

รีจูรัน

  • ขณะที่ยังมีตุ่มนูนบริเวณที่ฉีด ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหรือถูบริเวณดังกล่าวแรง ๆ
  • ทาครีมฟื้นฟูผิวและมอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอ เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว และอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดใช้สครับและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารออกฤทธิ์ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น เรตินอล วิตามินซี เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลในการฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีตุ่มนูนตามรอยฉีด ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ยุบลงเองภายใน 1–2 วัน

ฟิลเลอร์

  • ระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่กดแรงหรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดจนกว่าฟิลเลอร์จะเข้าที่
  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังทำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากอาจทำให้บริเวณที่ฉีดเกิดการอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กดทับหรือกระตุ้นบริเวณที่ฉีดโดยตรงในช่วงแรก เช่น การสวมแว่นตาหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก หรือการใช้หลอดดูดหลังฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปาก
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปคงอยู่ประมาณ 6–12 เดือน และแนะนำให้ทำซ้ำเมื่อรู้สึกว่าความอิ่มฟูลดลง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ หายไปภายใน 3–7 วัน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ

อาการปกติ
  • อาจมีอาการปวด รอยแดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
  • ระหว่างที่ฟิลเลอร์กำลังเข้าที่ บริเวณที่ฉีดอาจรู้สึกแข็งเล็กน้อยหรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ใต้ผิว แต่จะค่อย ๆ นิ่มลงเมื่อเวลาผ่านไป
อาการผิดปกติ
  • หากผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาว หรือมีรอยด่างสีน้ำเงินคล้ำร่วมกับอาการปวดที่รุนแรงขึ้น โปรดติดต่อคลินิกทันที
  • หากมีตุ่มพองบริเวณรอบจุดที่ฉีด หรือมีอาการบวมร่วมกับความรู้สึกร้อนมาก อาจจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

สกินบูสเตอร์ จูวีลุค

  • ขณะที่ยังมีตุ่มนูนบริเวณที่ทำ หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ เพื่อให้สารที่ฉีดเข้าที่ได้ดี
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว และควรดื่มน้ำมากกว่าปกติเพื่อช่วยเสริมผลการดูแล
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวและป้องกันการเกิดรอยคล้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที อาจมีตุ่มนูนหรือรอยแดง ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ยุบและจางลงเองภายใน 2–3 วัน

Filmed NCTF

  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหรือกดแรงบริเวณตุ่มนูนที่เกิดขึ้นหลังทำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ทั่ว เพื่อช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างราบรื่น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิผิวสูงขึ้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องเซลล์ผิวใหม่
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ช่วงแรกแนะนำให้ทำ 3–5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ จากนั้นจึงทำต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์
  • ระยะพักฟื้น: หลังฉีดทันที อาจมีตุ่มนูนหรือรอยแดง ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ยุบและจางลงเองภายใน 1–2 วัน

Exosome ASCE+

  • หลังทำ ผิวอาจบอบบางและไวต่อการระคายเคือง ควรทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณที่เพียงพอและบ่อยกว่าปกติ
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวและป้องกันการเกิดรอยคล้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้อุณหภูมิผิวสูงขึ้น เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารออกฤทธิ์ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น เรตินอล วิตามินซี รวมถึงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3–5 ครั้งหรือมากกว่า ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เพื่อช่วยให้สภาพผิวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูน ขึ้นอยู่กับวิธีการทำหัตถการ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ บรรเทาลงเองภายใน 1–2 วัน

ฉีดมุลกวัง

  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหรือถูบริเวณที่ทำแรง ๆ จนกว่าตุ่มนูนหลังฉีดจะยุบลง
  • ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นและทามอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอ โดยทาซ้ำตามความเหมาะสม เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ของการทำหัตถการให้นานขึ้น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวและป้องกันการเกิดรอยคล้ำ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวอย่างต่อเนื่อง
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที จะมีตุ่มนูนตามรอยฉีด ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ยุบลงเองภายใน 1–2 วัน

ลิลิทเอ็ม

  • การรักษาความสะอาดบริเวณที่ทำเป็นสิ่งสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือทำให้บริเวณดังกล่าวระคายเคือง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันผิวเสียหายจากรังสียูวี
  • หลังทำอาจรู้สึกผิวแห้ง ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ให้เพียงพอเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ระยะห่างที่แนะนำ: แนะนำให้ทำซ้ำหลายครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: หลังฉีดทันที อาจมีรอยแดง รอยช้ำ หรืออาการบวม ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 1 เดือน โดยอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

จูเวลุค วอลลุ่ม

  • นวดบริเวณที่ทำอย่างเบามือตามวิธีที่ได้รับคำแนะนำ เพื่อช่วยให้สารที่ฉีดกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอและส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน
  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติและดูแลผิวให้ชุ่มชื้น เพื่อเพิ่มการกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวและช่วยในการฟื้นฟู
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่อาจกระตุ้นการอักเสบ เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนวดกดจุดหรือการนวดที่ใช้แรงกดมาก รวมถึงการกระตุ้นบริเวณที่ทำอย่างรุนแรง เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่ใช้ในการสร้างคอลลาเจน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: หลังทำทันที จะเห็นความอิ่มฟูจากสารละลายที่ฉีด ซึ่งจะลดลงชั่วคราวภายใน 3–7 วัน จากนั้นคอลลาเจนของร่างกายจะค่อย ๆ สร้างขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์ถัดมา

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ

อาการปกติ
  • หลังทำทันที อาจมีอาการบวมจากปริมาณสารละลายที่ฉีด ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซึมภายในไม่กี่วัน หลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ อิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อมีการสร้างคอลลาเจน
  • อาจมีรอยช้ำ อาการปวดตึง หรือรู้สึกแข็งบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ซึ่งเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีด และจะดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
อาการผิดปกติ
  • หากพบก้อนนูนที่มองเห็นและคลำได้ หรือผิวบริเวณที่ทำยังคงมีลักษณะขรุขระไม่เรียบ โปรดติดต่อคลินิกทันที
  • หากบริเวณที่ทำมีรอยแดงมากผิดปกติ ร่วมกับอาการปวดรุนแรงหรือรู้สึกร้อน อาจจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

เรเดียส

  • เนื่องจากเรเดียสมีคุณสมบัติในการคงรูปสูง โปรดระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่กดแรงหรือนวดบริเวณที่ทำ
  • เพื่อช่วยในการฟื้นฟูภายในผิว งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตาที่กดทับบริเวณที่ทำโดยตรง (กรณีทำบริเวณจมูก) และการใช้กล้ามเนื้อใบหน้ามากเกินไปในช่วงแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว และทาครีมกันแดดให้ทั่วทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน
  • ระยะห่างที่แนะนำ: แม้ทำเพียงครั้งเดียวก็ให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นาน โดยทั่วไปจะทำซ้ำทุก 1 ปีถึง 1 ปี 6 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำในช่วงสองสามวันแรกหลังทำ ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ โดยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ

อาการปกติ
  • บริเวณที่ทำอาจรู้สึกแข็งหรือมีอาการปวดตึงชั่วคราว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่สารเข้าที่และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • อาจมีอาการบวม รอยแดง หรือรอยช้ำชั่วคราวจากการฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเอง
อาการผิดปกติ
  • สำคัญ: เรเดียสแตกต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก เนื่องจากไม่สามารถสลายด้วยการฉีดไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ได้ หากผิวบริเวณที่ทำเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือมีอาการปวดรุนแรงมาก โปรดติดต่อคลินิกทันที
  • หากมีตุ่มพองรุนแรงหรืออาการอักเสบบริเวณรอบจุดที่ทำ โปรดเข้าพบแพทย์ที่คลินิกโดยไม่ชักช้า

เอนไซม์สลายฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก

  • ในช่วงสองสามวันหลังทำ หลีกเลี่ยงการถูบริเวณที่ฉีดแรงเกินไป เพื่อให้ตัวยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • เพื่อป้องกันการอักเสบ งดดื่มแอลกอฮอล์ เข้าซาวน่า ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำบริเวณเดิม แนะนำให้เว้นระยะ 1–2 สัปดาห์ และรอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเต็มที่ก่อน
  • ในวันที่ทำ ควรแต่งหน้าให้น้อยและล้างหน้าอย่างเบามือ เพื่อลดการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
  • ระยะห่างที่แนะนำ: หากฟิลเลอร์ยังสลายไม่หมด สามารถพิจารณาฉีดเพิ่มเติมหลังประเมินผล โดยเว้นระยะ 1–2 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: หลังฉีดทันที อาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำ ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ บรรเทาลงเองภายใน 3–5 วัน

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ

อาการปกติ
  • อาจมีอาการบวม รู้สึกร้อน หรือปวดตึงบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ขณะตัวยาออกฤทธิ์
  • อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป
อาการผิดปกติ
  • ในบางรายอาจเกิดอาการแพ้ส่วนประกอบ ทำให้บริเวณที่ฉีดบวมมากผิดปกติหรือคันรุนแรง หากมีอาการดังกล่าว โปรดติดต่อคลินิกทันที
  • หากเกิดอาการทั่วร่างกาย เช่น ลมพิษหรือหายใจลำบาก โปรดติดต่อคลินิกและเข้ารับการตรวจโดยไม่ชักช้า

อินโหมด บอดี้

  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายไขมัน ควรใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยล้างหน้าและอาบน้ำอย่างน้อย 3 วันหลังทำ และดูแลบริเวณที่ทำให้อบอุ่น
  • หลีกเลี่ยงการประคบเย็นเพื่อให้รอยช้ำบริเวณที่ทำหายเร็วขึ้น เนื่องจากอาจลดประสิทธิภาพในการสลายไขมัน
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนเกินไปหรือเกิดการระคายเคืองประมาณ 1 สัปดาห์
  • ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกายอย่างเพียงพอเพื่อให้บริเวณที่ทำชุ่มชื้น และงดใช้ผลิตภัณฑ์สครับที่ระคายเคืองผิวในช่วงนี้
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เมื่อคำนึงถึงระยะเวลาที่ใช้ในการทำลายและกำจัดเซลล์ไขมัน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: แรงดูดสุญญากาศระหว่างทำอาจทำให้เกิดรอยแดงหรือรอยช้ำคล้ายรอยครอบแก้ว ซึ่งอาจคงอยู่ประมาณ 3–7 วัน แต่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

อนด้า บอดี้

  • ดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะในช่วงสองสามวันหลังทำ เพื่อช่วยขับของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายไขมัน
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัดหรือประคบเย็นในวันที่ทำ เพื่อคงความร้อนที่เหลืออยู่ในชั้นลึกของบริเวณที่ทำ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่อาจกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้ร่างกายทำงานหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • การยืดเหยียดเบา ๆ หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกร่วมด้วยจะช่วยให้ร่างกายกำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกทำลายได้อย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของการรักษา
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เมื่อคำนึงถึงระยะเวลาที่ใช้ในการสลายและกำจัดเซลล์ไขมัน โดยทั่วไปแนะนำให้ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกร้อนเล็กน้อยทันทีหลังทำ แต่แทบไม่มีรอยช้ำหรืออาการบวม จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

โบท๊อกซ์ ร่างกาย

  • งดเข้าซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายอย่างหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ หรือการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันตัวยากระจายไปยังบริเวณข้างเคียง
  • หลังฉีดบริเวณน่อง ควรหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง และหลังฉีดบริเวณกล้ามเนื้อบ่า ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก เพื่อช่วยคงผลลัพธ์
  • แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ โดยเฉพาะอย่างน้อย 3 วันแรก เนื่องจากแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปแนะนำให้ทำซ้ำทุก 4–6 เดือน โดยพิจารณาจากความเร็วในการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
  • ระยะพักฟื้น: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังฉีด โดยไม่ต้องพักฟื้น รอยช้ำหรืออาการบวมเล็กน้อยจะค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน

ฉีดสลายไขมันเฉพาะส่วน (ร่างกาย)

  • ดื่มน้ำอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 2 ลิตรในช่วงสองสามวันหลังทำ เพื่อช่วยให้ไขมันที่สลายแล้วขับออกทางปัสสาวะได้อย่างราบรื่น
  • นวดบริเวณที่ทำเบา ๆ หลังทำ เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วและเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายไขมัน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • การเดินเล่นเบา ๆ หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกร่วมด้วยจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและการขับไขมันออก เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของการรักษา
  • ระยะห่างที่แนะนำ: เมื่อคำนึงถึงระยะเวลาที่ร่างกายใช้ในการขับไขมันออก โดยทั่วไปสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเมื่อทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1–2 สัปดาห์
  • ระยะพักฟื้น: อาจมีอาการบวมชั่วคราวทันทีหลังทำจากปริมาณตัวยาที่ฉีดเข้าไป โดยทั่วไปตัวยาจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมและอาการบวมจะหายไปภายใน 1–2 วัน

การกำจัดไฝ

  • ปิดแผ่นแปะดูแลแผลที่ติดไว้หลังทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยเปลี่ยนเฉพาะเมื่อมีน้ำเหลืองซึมออกมามากจนล้นแผ่นแปะเท่านั้น เมื่อครบ 1 สัปดาห์ หากลอกแผ่นแปะออกแล้วบริเวณแผลยังมีรอยแดงหรือผิวใหม่ยังขึ้นไม่เต็ม ควรปิดต่ออีก 1 สัปดาห์
  • หลังนำแผ่นแปะออกแล้ว ให้ทาครีมกันแดดบริเวณดังกล่าวอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ
  • หากมีสะเก็ดบริเวณที่ทำ ห้ามแกะหรือดึงออก ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติเพื่อช่วยป้องกันแผลเป็น
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า การใช้สระว่ายน้ำ และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือทำให้ร่างกายร้อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: โดยทั่วไปสามารถกำจัดรอยโรคได้ภายใน 1 ครั้ง แต่หากรอยโรคอยู่ลึก อาจต้องทำเพิ่มเติมโดยเว้นระยะ 2–3 เดือน พร้อมประเมินการฟื้นตัวและผลการรักษา
  • ระยะพักฟื้น: ต้องปิดแผ่นแปะดูแลแผลประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังทำ ส่วนรอยแดงหลังนำแผ่นแปะออกจะค่อย ๆ จางลงในช่วงหลายเดือน

กำจัดขน

  • ทาเจลว่านหางจระเข้หรือมอยส์เจอไรเซอร์เป็นระยะ เพื่อปลอบประโลมผิว
  • หากทำบริเวณที่สัมผัสแสงแดด ต้องทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ
  • ห้ามถอนขนหรือแว็กซ์จนกว่าจะถึงการทำครั้งถัดไป (สามารถโกนเบา ๆ ได้เท่านั้น)
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า จิมจิลบัง (ห้องอบร้อนแบบเกาหลี) การใช้สระว่ายน้ำ และการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ใบหน้าทุก 3–4 สัปดาห์ / ร่างกายทุก 4–6 สัปดาห์
  • จำนวนครั้งที่แนะนำ: โดยเฉลี่ย 5–10 ครั้งขึ้นไป (แตกต่างกันตามบริเวณที่ทำและแต่ละบุคคล)
  • ข้อควรระวังก่อนทำ: ห้ามแว็กซ์หรือถอนขนก่อนทำ และต้องโกนขนล่วงหน้า 1–2 วัน

โบท็อกซ์ลดเหงื่อ

  • ในวันที่ทำ ควรรักษาความสะอาดบริเวณที่ฉีดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน และหลีกเลี่ยงการถูบริเวณดังกล่าวแรง ๆ
  • ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ แช่น้ำร้อน และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อน เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
  • การออกกำลังกายอย่างหนักหลังทำอาจทำให้เกิดรอยช้ำหรืออาการบวม จึงควรหลีกเลี่ยงในช่วง 3–5 วันแรก
  • แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 วันหลังทำ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบ
  • ระยะห่างที่แนะนำ: ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการทำซ้ำทุก 4–6 เดือนจะช่วยให้คงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
  • ระยะพักฟื้น: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังฉีด และอาจเริ่มรู้สึกว่าเหงื่อลดลงตั้งแต่ 2–3 วันหลังทำ

ลาลาฟิล

  • หลังผลัดเซลล์ผิว ผิวจะอยู่ในสภาวะที่พร้อมรับสารบำรุงได้ดี จึงควรทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณมากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองผิว เช่น สครับ เจลผลัดเซลล์ผิว และโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวที่เพิ่งผ่านการผลัดเซลล์และป้องกันการเกิดรอยดำ
  • สามารถล้างหน้าได้ในวันที่ทำ แต่ควรล้างอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยแทนน้ำร้อน เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว
  • ระยะห่างที่แนะนำ: การดูแลอย่างต่อเนื่องทุก 1–2 สัปดาห์ตามสภาพผิว จะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ระยะพักฟื้น: สามารถสังเกตเห็นผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นได้ทันทีหลังทำ โดยแทบไม่มีรอยแดงหรือผิวลอก จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

พิงค์ฟิล

  • หลังผลัดเซลล์ผิว ผิวจะอยู่ในสภาวะที่พร้อมรับสารบำรุงได้ดี จึงควรทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณมากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองผิว เช่น สครับ เจลผลัดเซลล์ผิว และโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวที่เพิ่งผ่านการผลัดเซลล์และป้องกันการเกิดรอยดำ
  • สามารถล้างหน้าได้ในวันที่ทำ แต่ควรล้างอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยแทนน้ำร้อน เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว
  • ระยะห่างที่แนะนำ: การดูแลอย่างต่อเนื่องทุก 1–2 สัปดาห์ตามสภาพผิว จะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ระยะพักฟื้น: สามารถสังเกตเห็นผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นได้ทันทีหลังทำ โดยแทบไม่มีรอยแดงหรือผิวลอก จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

แบล็คฟิล

  • หลังผลัดเซลล์ผิว ผิวจะอยู่ในสภาวะที่พร้อมรับสารบำรุงได้ดี จึงควรทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมฟื้นฟูผิวในปริมาณมากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองผิว เช่น สครับ เจลผลัดเซลล์ผิว และโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อปกป้องผิวที่เพิ่งผ่านการผลัดเซลล์และป้องกันการเกิดรอยดำ
  • สามารถล้างหน้าได้ในวันที่ทำ แต่ควรล้างอย่างเบามือด้วยน้ำอุ่นเล็กน้อยแทนน้ำร้อน เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว
  • ระยะห่างที่แนะนำ: การดูแลอย่างต่อเนื่องทุก 1–2 สัปดาห์ตามสภาพผิว จะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ระยะพักฟื้น: สามารถสังเกตเห็นผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นได้ทันทีหลังทำ โดยแทบไม่มีรอยแดงหรือผิวลอก จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที